ความทรงจำก็เหมือนหนังสือ

คนเราทุกคนมีความทรงจำเป็นของตัวเอง เมื่อคืนด้วยความว่านอนไม่หลับ
ก็ได้เปิดไปดู facebook เก่าๆ ได้เห็นร่องรอยความทรงจำมากมาย
ทั้งของเราเอง ของคนที่เรารัก และของคนที่เคยรัก
ช่วงเวลาที่มีความสุข ช่วงเวลาที่เศร้า ช่วงเวลาที่สับสน

อดคิดไม่ได้ว่าโชคดีที่เรามี social network ที่เป็นเหมือนสมุดบันทึก
ให้เราย้อนกลับไปมองสิ่งเก่าๆที่เคยเกิดขึ้น และอาจจะลืมมันไปแล้ว
ซึ่งจริงๆแล้ว  คนเรามีวิธีจัดการกับอดีตไม่เหมือนกัน
บางคนเลือกที่จะไม่สนใจ ไม่มองความทรงจำเหล่านั้นอีกเลย
ให้ใครบางคนผ่านไปเหมือนไม่เคยรู้จักกัน

บางคนก็ยังเก็บความทรงจำไว้ แต่วางไว้ในมุมอับ ลึกที่สุดของใจ
เพื่อที่จะไม่ได้เห็นให้สะเทือนใจกันอีก แต่ก็ยังมีความหวังดี
มีความปรารถนาดีในใจอยู่เสมอ

แต่บางคนก็เลือกที่จะอยู่กับมัน เรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต
เพื่อนำมาเปลี่ยนแปลง ให้เป็นสิ่งที่ดีกว่าในปัจจุบัน และอนาคต

…..

ความทรงจำจะเจ็บปวดมากเป็นพิเศษ ถ้าเป็นเรื่องของความรัก
การที่เรารักใครสักคน เดินทางร่วมกันมาอาจจะไม่กี่เดือน หรือนานหลายปี
มันก็เหมือนเราได้เขียนหนังสือสักเล่ม จะเป็นเรื่องสั้น หรือนิยายก็แล้วแต่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อทุกอย่างจบลง หนังสือเล่มนั้น อาจจะเป็นหนังสือ
ที่เราอยากหยิบมาอ่านอยู่เสมอ หรืออาจจะเป็นหนังสือที่เราไม่อยาก
แม้แต่จะมองเลยก็ได้ ….

คุณมีวิธีจัดการกับความทรงจำยังไงกันบ้างคะ :)

Posted in Me, My self and I | 1 ความเห็น

ความทรงจำจาก World Cup 2010

เหยียบถึงเมืองไทยปุ๊ป ก็วิ่งมาทำงานปั๊ป ง่วงและเหนื่อยอย่างมากมาย
ในระหว่างรอเข้ารายการ ก็มาเล่าต่อให้จบสักหน่อยดีกว่า เกี่ยวกับ
ประสบการณ์ที่สุดยอดจริงๆ ในการได้ไปชมฟุตบอลโลกนัดชิงกันแบบ
ขอบสนาม แถมทีมรักที่เราเชียร์ก็คว้าแชมป์โลกด้วย มันคงยากที่จะลืมได้

เช้าวันอาทิตย์ที่โจเบิร์ก ตื่นแต่เช้า เพราะจะออกเดินทางไปไลออน ปาร์ค
หน้าตาเหมือนสวนสัตว์เปิดทั่วๆไป แต่สัตว์ของเค้าจะเน้นสิงโตซะมากกว่า
ได้เห็นสิงโตกันแบบใกล้มากๆ ใกล้เอื้อมถึงกันเลยทีเดียว แต่เรานั่งในรถนะ
แล้วก็ได้ไปจับลูกสิงโต น่ารักมากๆค่ะ เหมือนหมาเลยแต่เวลามันงับนี่
เสื้อขาดได้เลยนะคะ เค้าเลยไม่ให้จับหัว ไม่ให้จับหางมัน น่ารักดีค่ะ

แล้วก็ไปเที่ยวต่อที่ Resedi เป็นหมู่บ้านชนเผ่าของแอฟริกาใต้ เค้าก็มีโชว์เต้น
แล้วก็เล่าเรื่องที่มาที่ไปของชนเผ่า สอนเราเต้นท่าเต้นของเค้า น่ารักดี
แล้วเราก็ได้ทานอาหาร อาหารอื่นๆของเค้าก็เฉยๆนะคะ แต่ที่เด็ดคือ
เนื้อจระเข้ และเนื้อนกกระจอกเทศ มันเหมือนเนื้อไก่เลยค่ะ อร่อยดี
ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ สงสัยโดนกลิ่นเครื่องเทศกลบหมดแล้ว

กินเสร็จก็มุ่งหน้าไปที่สนาม Soccer City Stadium ซึ่งก็ไปถึงตั้งแต่บ่าย3
น่าแปลกที่เค้าไม่มีที่จอดรถให้ค่ะ ต้องหากันเอาเอง แล้วเดินเข้าสนามไป
ระยะทางประมาณ 3 กิโลได้ ไกลมาก แต่อากาศเย็น แล้วก็สองข้างทางมี
ของขายตลอด เราก็เลยเดินได้สบายๆ เดินไปจนเห็นสนาม คนเริ่มเยอะ
อุตส่าห์ดีใจค่ะ ว่ามาถึงก่อน จะได้เข้าไปรอในสนาม แต่ปรากฎว่านิหน่าไป
ช้อปปิ้งใน official fan shop ไปชั่วโมงกว่า จริงๆต่อแถวจ่ายเงินก็เกือบชั่วโมง
เพราะแถวยาวมากกกกกกกกก แปลกมากที่ของที่ระลึกของฟีฟ่าไม่มีขาย
ในเมืองหรือแอร์พอร์ต ตอนนิหน่าเข้าไป เจ้าตุ๊กตาซากุมิก็เกลี้ยงแล้ว โชคดี
ไปเจอที่คนเค้าหยิบแล้วไม่เอา วางไว้แถวๆกองเสื้อ เลยไปคว้ามาได้หนึ่งตัว
ของก็แพงค่ะ แพงมากกกกกกกก พวงกุญแจ 400 บาท งี้ ว่าจะซื้อ 10 อัน
เลยได้แต่ถอย ไปหาอะไรที่ซื้อได้ เช่น จาบูลานี่ ไซส์ปกติ มาลดราคาเหลือ
ประมาณ 700 บาทไทยเท่านั้น เสียดายแบกกลับลำบาก ไม่งั้นนิหน่าเอามา
โหลนึงแล้ว เพราะเมืองไทยลูกละ 3000 ค่ะ หุหุหุ

หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย มองนาฬิกาก็ต้องรีบแล้ว เพราะว่าตอนนั้น 18.30
ใกล้เวลาที่พิธีปิดจะเริ่มแล้วค่ะ เราก็เดินจ้ำๆๆเข้าไปในสนาม ที่นั่งเราดีเลยล่ะ
พอพิธีปิดเริ่ม ไม่ค่อยได้เห็นอะไรอย่างที่คนดูทีวีเค้าเห็นหรอกนะคะ เพราะว่า
เค้าจะฉายลงไปในสนาม เรานั่งมุมล่างก็จะไม่ค่อยเห็น อาศัยดูจอเอาก็พอไหว
อย่างชากีร่ามาร้องนี่นิหน่าเห็นตัวเท่ามดเลยคะ แหะๆ แต่ก็ได้เรื่องความสนุก
กับแนวร่วมกองเชียร์สเปนที่หน้าตาดีมากกกกกก และกองเชียร์ฮอลแลนด์ที่
สีส้มแปร๊ด แล้วก็เชียร์กันออกตัวแรงกันจริงๆ

พอพิธีปิดเสร็จ เราก็ต้องรอประมาณชั่วโมงนึงค่ะ ก็เห็นเค้าพรีวิวทั้งสองทีม
บนจอในสนาม ที่ตลกคือ ตอนแนะนำนักเตะแต่ละทีม เค้าเอานักเตะมาทำ
ท่ายืน act เดียวกันหมด ขำมาก ไม่รู้คนคิดคิดได้ไง นักเตะบางคนก็เขินๆ
ที่ต้องมาทำท่าหล่อหน้ากลัอง 555+

พอเกมเริ่ม อากาศเริ่มเย็นลง เย็นลง ครึ่งแรกผ่านไป ยัง 0-0 เริ่มรู้สึก
หนาวมาก (หนาวจริงๆนะ) นิหน่าเองไม่ได้เตรียมตัวมาหนาวขนาดนี้
ใส่เสื้อสเปน เสื้อข้างในตัวนึง เสื้อหนังที่พอจะอยู่ได้ถ้าอากาศประมาณ
9-15องศา แต่ก็ไม่พอ เลยต้องเอาอุปกรณ์ทุกอย่างที่เอามาทำให้อุ่นได้
มาใส่ อย่างผ้าพันคอ หมวก ก็ยังหนาว หนาวขนาดมือกดชัตเตอร์ถ่ายรูป
แทบไม่ได้เลยค่ะ หนาวจริงๆ มารู้ทีหลังว่าตอนนั้น 2 องศา แม่เจ้า !

ครึ่งหลังผ่านไป ยัง 0-0 นิหน่าเริ่มเครียดละ ไม่ใช่เครียดเกมนะ แต่เครียด
ที่จะต้องทนหนาวต่ออีกครึ่งชั่วโมง หรือมากกว่าถ้ายิงจุดโทษ แต่สุดท้าย
ก็ได้เฮกันทั้งสนาม เมื่ออิเนสต้ายิงประตูให้สเปนขึ้นนำ 1-0ได้ในที่สุด

พอได้ไปดูในสนามนะคะ จากนี้จะไม่ว่ากรรมการอีกแล้ว เพราะว่าเกมมันเร็ว
มากจนเราดูไม่ทัน คือตอนแจกใบแดง เรายังงงๆกันเลยว่า มีอะไรเกิดขึ้น
ลูกยิง ลูกล้ำหน้า ถามกันตลอด ดูทีวีมันมีคนมาโคลสอัพ รีเพลย์ให้ สบายไป
แต่ตอนยิงประตูนี่เห็นเต็มๆเพราะมายิงฝั่งที่นิหน่าอยู่ ตอนตอเรสเจ็บก็เจ็บกัน
ตรงหน้าเลยค่ะ อยากวิ่งไปปฐมพยาบาลมากๆ hahaahha+

หลังจากนั้นกองเชียร์ฮอลแลนด์ก็เงียบค่ะ จ๋อยไป แล้วก็จบด้วยการฉลองแชมป์
ของสเปน แล้วนิหน่าก็เดินกลับ ระหว่างทางมีกองเชียร์สเปนร้องรำทำเพลง
ต้านความหนาวไปเป็นระยะๆ ความโหดอยู่ตรงนี้ค่ะ ตอนเดินออกก็ห้าทุ่มกว่า
อากาศตอนนั้นเหลือ -2 นิหน่ากับเพื่อนๆ เดินออกมา หนาวจนจะก้าวขาไม่ออก
3 กิโลที่เดินออกมาที่จอดรถทำให้ปากแตก หน้าแดงแตกไปหมดเลยอะ

รวมๆแล้วนี่คือประสบการณ์อันสุดยอดค่ะ นิหน่าตามเชียร์สเปนมาตลอด
ไม่คิดเลยว่า จะได้มาดูรอบชิง ไม่คิดว่า สเปนจะได้เข้าชิงและคว้าแชมป์
แถมเป็นแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย

ขอบคุณพี่กุ้งนะคะ ที่ทำให้นิหน่าได้รับโอกาสอันแสนวิเศษนี้ ขอบคุณ
พี่ๆลุกเรือ TG704 ที่น่ารักทุกคน โดยเฉพาะพี่จุ๋งจิ๋งและพี่พรเทพ ที่ดูแล
น้องที่เที่ยวบินเดี่ยวเป็นอย่างดี ขอบคุณคุณเผ่า คุณอ้อ ที่ดูแลให้ที่พัก
และให้นิหน่าอยู่ร่วมทริปเที่ยวนี้ด้วย

ขอบคุณ แบงค์ ที่ยอมให้นิหน่าไปดูรอบชิง แถมออกค่าตั๋วให้อีก ><

บ้ายบายเจ้าซากุมิ ขอบคุณแอฟริกาใต้ที่เป็นเจ้าภาพที่ดี
เจอกัน บราซิล 2014 ค่ะ :)

Posted in My Blog, Sports | 3 ความเห็น

World Cup 2010 (1 – This is Africa !!)

10/07/10

TG 703 นั่งมาบนเครื่องบินคนเดียวก็โอเคนะ ไม่ได้แย่อะไรมาก ช่วงเวลาที่จ๋อยๆ
มันคือช่วงที่ต้องเดินออกมาจากคนที่เรารักคนเดียวนั่นแหละ ระหว่างรอขึ้นเครื่องก็ส่ง
บล็อกไปหาแบงค์ นั่งพิมพ์ไปคีย์บอร์ดเปียกน้ำตาที่หยดแหมะๆ อายเค้าสุดๆ

โชคดีที่ขาไปเราอัพเกรดเป็น Business ได้ สบายเลย ได้หลับเต็มที่ พร้อมลุยวันเสาร์ทั้งวันที่นี่
พี่แอร์ สจ๊วต น่ารักและใจดีมากๆ ขอบคุณพี่ Panadda ที่บริการดีมากมาย ประทับใจสุดๆ

ตอนขึ้นเครื่องก็มีอาหารเย็นให้ ที่เราต้องกินตอนตีสอง แม่เจ้า กินไปนิดเดียวก็แบบไม่ไหวอะ
จากนั้นก็นอนไปประมาณหกชั่วโมง ยาวเลย ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เปิดหนังดู ตอนแรกจะดูเรื่อง
Extraordinary แต่หนังยาวและท่าทางจะดี เลยรอดูขากลับดีกว่า นั่งดู when in rome ไปก่อน
แล้วเค้าก็เสิร์ฟอาหารเช้า ทานแล้วก็รอ รอ รอ เครื่องลงที่ Jo’burg ….

สนามบินที่ Jo’burg ก็ใหญ่นะคะ คนที่นี่เป็นคนผิวดำกันซะส่วนใหญ่ แต่ยิ้มแย้มน่ารักมาก
นิหน่าไปตีซี้พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารชวนเค้าคุย เค้าดูท่าทางดีใจที่เราคุยกับเค้า พี่ไกด์ที่นี่บอกว่า
คนแอฟริกันเค้าจะดีใจเวลามีใครมาคุยกับเค้า เหมือนเราไม่ได้รังเกียจเค้าอะไรประมาณนี้

จากนั้นก็เริ่่มออกเดินทางไปพริทอเรีย เมืองที่น่ารักมากๆค่ะ ภาพแอฟริกาในหัวเปลี่ยนไปจากเดิมเลย
อากาศหนาว บ้านเมืองสะอาด แต่ทุกบ้านต้องมีรั้วลวดหนาม รั้วไฟฟ้า เพราะขโมยเยอะมาก
ก่อนมาก็มีแต่คนเตือนให้ระวังมากๆ เรื่องของหาย อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว เราก็ระแวงจนแอบนอยไป

นิหน่าต้องขอบคุณ @trawut @tonawe และพี่สาวกับคุณแม่ของ @trawut
ที่ให้นิหน่าร่วมทีมไปเที่ยวครั้งนี้ แถมนิหน่ายังทำเสียเวลาต้องไปออกอากาศสด
ส่งกลับไปช่อง 7 อีก ซึ่งเราก็ไปถ่ายจาก รัฐสภาของเค้า อยู่บนเขา มองลงมาเห็น
เมืองพริทอเรียทั้งเมือง สวยมากๆ จากนั้นเรามาทานอาหารไทยค่ะ จากบ้านมา
ไม่เท่าไหร่ก็ได้ทานอาหารไทยแล้ว  ชื่อร้าน simply asia  อร่อยดีค่ะ แล้วผู้จัดการ
กับเชฟที่นี่ก็เป็นคนไทยด้วย

จากนั้นก็แวะไปเดินแถว Church Sq. ตรงนั้นน่ากลัว ไม่มีคนขาวเดินเลย คือบรรยากาศ
ไม่น่าเดินเลย โทรมๆ พวกเราก็เดินตัวลีบๆ แล้วก็รีบออกมา เพื่อเข้ามาในเมืองโจเบิร์ก
มาดูของที่ระลึก ที่ เนลสัน แมนดาล่าสแควร์ คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
และของแพงมากถึงมากที่สุด คนที่นี่มีหลากหลายสัญชาติ แล้วยิ่งเป็นเทศกาลนะ นิหน่ารู้สึกว่า
เหมือนคนจากทุกมุมโลกมารวมกันที่นี่  กองเชียร์ฮอลแลนด์ดูจะคึกคักมากกว่าสเปน
มีการมารวมตัวกันร้องเพลง เล่นดนตรี ดูแล้วสนุกดี ได้บรรยากาศมากๆเลยค่

ซึ่งพวกเราอยู่ที่ตรงแมนดาล่าสแควร์ได้ไม่นานก็ย้ายถิ่นมาหาของทานที่เมลโรส
ที่ Melrose Arch เค้าจัดเป็นแฟนเฟสให้คนมารวมตัวดูบอล กองเชียร์เยอรมันไม่ค่อยจะ
แต่งตัวมาก อย่างมากก็หมวก ผ้าพันคอ แต่ฮอลแลนด์ดิ ออกตัวแรงสุดแต่งตัวเป็นกัปตัน
และแอร์ ใส่ชุดส้มแปร๊ดเลย ตลกดี ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ได้แข่งก็ขอแต่งมารอก่อนว่างั้นเถอะ
เลยมีช่างภาพต่างประเทศ และแน่นอน  ช่อง 7 เราก็่ถ่ายสัมภาษณ์ไว้ด้วย อิอิ

กองเชียร์ฮอลแลนด์

เกมคู่ชิงที่สามก็อย่างที่เห็น สนุกมากๆ สุดท้ายเยอรมันก็คว้าที่ 3 ไป นิหน่าก็กลับมาโรงแรมที่ชื่อว่า
Splice Hotel เป็นโรงแรมที่ตกแต่งได้อวกาศมากๆ แต่รอบโรงแรมเปลี่ยวมาก เงียบมาก
คือในเมืองโจเบิร์กเนี่ยนะคะ กลางคืนเค้าไม่ค่อยออกไปไหนกัน เราก็เลยเก็บตัวเงียบ
เก็บแรงเอาไว้ศึกใหญ่วันอาทิตย์ที่ต้องไปหลายที่ และดูรอบชิง …

ไว้จะมาเล่าต่อนะคะ :)

Nina :)

Posted in Sports | 1 ความเห็น